| จดหมายข่าว ศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ ปี 1 ฉบับที่ 1 เดือนสิงหาคม 2552 |
|
|
อาจารย์วิบูลย์ ชินบูรพา ภาควิชาการตลาด อาร์เอฟไอดี คลื่นลูกใหม่มาแรงสวัสดีครับท่านผู้อ่านจดหมายข่าวศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ บทความด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนสำหรับจดหมายข่าวฉบับปฐมฤกษ์ จะนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงในแวดวงโลจิสติกส์และซัพพลายเชน นั่นคือ “อาร์เอฟไอดี” (Radio Frequency Identification : RFID) “อาร์เอฟไอดี” (Radio Frequency Identification : RFID) หรือ ระบบระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และกำลังถูกนำมาใช้งานโดยภาคธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งการรับเอาเทคโนโลยีการเก็บรวบรวมข้อมูลอัตโนมัติ (Automatic Data Collection : ADC) ดังกล่าวมาใช้ เป็นผลมาจากการจัดตั้งมาตรฐานหลักและแรงกระตุ้นของผู้ค้าปลีก รวมถึงนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลที่ทำให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีให้ดีขึ้น ตลอดจนลดต้นทุนการนำไปใช้ได้อย่างมาก ทั้งนี้ “อาร์เอฟไอดี” เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบไร้สาย ข้อมูลจะถูกเขียนลงในชิปและอ่านจากชิปที่เชื่อมติดกับสายอากาศและรับสัญญาณคลื่นวิทยุจากอุปกรณ์อ่าน/เขียน ซึ่งเรียกโดยทั่วไปว่า ตัวอ่านข้อมูล ตัวเข้ารหัส และเครื่องอ่านสัญญาณ (Interrogator) ข้อมูลจะถูกแลกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติโดยไม่มีการแทรกแซงของผู้ให้บริการใด ๆ ส่วนประโยชน์ของ “อาร์เอฟไอดี” ที่เห็นได้ชัด ได้แก่
สำหรับวิธีการทำงานของ “อาร์เอฟไอดี” ระบบประกอบด้วยแท็ก ตัวอ่าน และซอฟต์แวร์ที่ใช้ประมวลผลข้อมูล โดยปกติแล้วแท็กจะนำไปใช้กับรายการสิ่งของต่าง ๆ และมักเป็นส่วนหนึ่งของฉลากบาร์โค้ด แท็กยังสามารถนำไปใช้ในบัตรประจำตัว หรือสายรัดข้อมือได้ด้วย ขณะที่ตัวอ่านสามารถเป็นได้ทั้งตัวเครื่องเดี่ยว ๆ เช่น สำหรับการตรวจสอบการเข้าออกทางประตู หรือสายพานขนส่งสินค้า หรือใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์พกพา หรือใช้กับรถยก (Forklift)ตลอดจนใช้ร่วมกับเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดได้ ติดตามสาระน่ารู้เกี่ยวกับโลจิสติกส์และซัพพลายเชนได้ในจดหมายข่าวฉบับหน้าครับ อาจารย์อรนุช อินทวงศ์ ภาควิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์เป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีผลต่อต้นทุน ค่าใช้จ่าย และประสิทธิภาพในการผลิต และการให้บริการของธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ศูนย์การศึกษาโล จิสติกส์ มหาวิทยาลัยสยาม จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานให้บริการทางวิชาการด้านโลจิสติกส์ และเพื่อทำความรู้จักกับศูนย์ฯ นี้ให้มากขึ้นจึงขอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ดร.ชลิศา รัตรสาร และจดหมายข่าวได้นำบทสัมภาษณ์มาเผยแพร่ในฉบับปฐมฤกษ์นี้ คำถามที่ 1 บทบาทหน้าที่ของศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ มีอะไรบ้าง คำตอบ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และขอบเขตการดำเนินงาน และกิจกรรมวิชาการของศูนย์ฯ ตลอดจนโครงการอบรมที่ศูนย์ฯ จัดทำขึ้น ตลอดปีการศึกษา 2552 นี้ รวมทั้งความเคลื่อนไหวในวงการโลจิสติกส์ทั้งจากภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยต่าง ที่มีหน่วยงานหรือศูนย์โลจิสติกส์ตั้งอยู่ เราได้บรรจุลงไว้ในเว็บไซด์ของศูนย์ฯ ซึ่งเว็บไซด์ที่ทำขึ้นจะเริ่มใช้งานได้ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ส่วนบทบาทหน้าที่ของศูนย์ฯ นั้น เราเน้นการจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น 1 – 2 วัน รวม 3 ระดับขั้น โดยเริ่มจากขั้นพื้นฐาน ขั้นกลาง ไปจนถึงขั้นสูง ให้กับบุคคลภายนอกทีมีภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติงานด้านต่างๆ เกี่ยวกับกิจกรรมโลจิสติกส์ สำหรับการอบรมขั้นกลางนั้น เราจัดเป็น module รวม 4 module ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากหลักสูตรทุกหลักสูตร ส่วนผู้ที่เข้ารับการอบรมครบทั้ง 3 ขั้น ทางศูนย์ฯ และสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย จะออกประกาศนียบัตรให้ร่วมกัน และทางศูนย์ฯ ได้รับโอนงาน การจัดอบรม “ตัวแทนออกของ” ของภาควิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศเข้ามา โดยได้เริ่มจัดอบรมไปแล้วและจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ เรายังเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ เช่น การจัดงานแสดงนิทรรศการ Thailand International Logistics Fair 2009 ระหว่างวันที่ 9 – 13 กันยายน ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ เราได้ประสานงานด้านการอบรมกับศูนย์วิจัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม อีกด้วย คำถามที่ 2 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ได้ทำพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ กับ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย อยากทราบว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีอะไรบ้าง และจะส่งผลดีต่อ มหาวิทยาลัยสยาม อย่างไร คำตอบ ความร่วมมือที่มีต่อกันนั้น มหาวิทยาลัยสยาม จะได้รับประโยชน์หลายอย่าง เช่น การทำหน้าที่เผยแพร่โครงการอบรม ให้กับองค์กรต่างๆ ในเครือของสมาพันธ์ฯ ซึ่งทางเราจะได้ผู้เข้าอบรมที่ตรงต่อความต้องการใช้ประโยชน์ขององค์กรเหล่านั้น และยังสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยและบทความงานวิจัย ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระหว่างศูนย์ฯ กับสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทยและองค์กรในเครือเหล่านั้นโดยผ่านเว็บไซด์ที่ศูนย์ฯเราทำขึ้น และยังให้ข่าวสารด้านโล จิสติกส์ที่ตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ปฎิบัติหน้าที่ด้านการขนส่ง และฟังก์ชั่นการทำงานทางด้านโลจิสติกส์ในเรื่องต่างๆ เช่น เทคนิควิธีการในการจัดซื้อ เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าคงคลัง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านคลังสินค้า เป็นต้น นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ของเรา จะเป็นตัวกลางส่งเสริมและเผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ระหว่าง สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย องค์กรในเครือของสมาพันธ์ฯ กับ คณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสยาม ประเด็นสุดท้ายที่เราได้รับประโยชน์ คือ การส่งนักศึกษาที่เข้าโครงการสหกิจศึกษาไปทำงานกับองค์กรต่างๆ ในเครือของสมาพันธ์ฯ ทั้งนี้ ทางศูนย์ฯ จะประสานงานในการจัดส่งนักศึกษาของภาควิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ และภาควิชาต่างๆ ที่สนใจเข้าทำงานในโครงการสหกิจศึกษา ซึ่งเป็นการประสานงาน ระหว่าง โครงการสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม กับ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ซึ่งคาดว่าจะมีผลในทางปฏิบัติตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 2 ที่จะถึงนี้ เราได้รับทราบจากผู้อำนวยการศูนย์ฯ ถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ทางศูนย์ฯ มีแผนจะดำเนินการไว้อย่างน่าสนใจซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย ทางทีมงานขอฝากผู้ที่อยู่ในแวดวงโลจิสติกส์และผู้สนใจติดตามผลงานและร่วมกิจกรรมกับทางศูนย์ฯ ในโอกาสต่างๆ ต่อไป โครงการอบรมระยะสั้น ของ ศูนย์การศึกษาโลจิสติกส์ ปีการศึกษา 2552
|
||||||||||||||||||||||||||||||